เว็บดูหนังออนไลน์ฟรี หนังใหม่ชนโรง ดูหนังเต็มเรื่อง

เด็กควรดูหนังประเภทไหน ปฏิเสธไม่ได้ว่า ดูหนังออนไลน์ ปัจจุบันระบบการทำงานบนอินเทอร์เน็ต ได้เข้ามามีอิทธิพลและบทบาทกับหลาย ๆ ครอบครัวมากยิ่งขึ้น ทั้งการเรียนรู้และหาข้อมูลบนเว็บไซต์ต่าง ๆ หรือการมีส่วนร่วมดูหนังร่วมกันผ่านทางแพลตฟอร์มที่หลากหลาย โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ธิดา ได้จัดโครงการ Doc Club for Kids ขึ้น โดยคัดสรรภาพยนตร์ที่อยู่ในลิขสิทธิ์การดูแลของ Documentary Club มาจัดโปรแกรมผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมกับจัดทำคู่มือที่สรุปประเด็นสำคัญที่หนังนำเสนอ และตัวอย่างคำถามเริ่มต้นสำหรับใช้สร้างบทสนทนากับเด็ก ๆ

เพื่อเปิดโลกใหม่ด้วยการดูหนังสารคดี โดยธิดา ได้กล่าวถึงที่มาของโปรแกรมนี้ว่า “ในฐานะผู้จัดโปรแกรมและด้วยความเป็นแม่ อย่างที่รู้กันว่า สารคดีมันเป็นหนังที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูล ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เป็นหนังที่ไม่ค่อยบันเทิงสำหรับเด็กเท่าไร ในสถานการณ์โควิด-19 รอบนี้ ซึ่งทำให้โรงเรียนปิดยาว พ่อแม่ต้องจะใช้เวลาอยู่กับลูกมากขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นที่จะจัดกิจกรรมโดยเริ่มจากการเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในมือ

แม้จะเป็นสารคดีที่ไม่ค่อยมีความเชื่อมโยงหรือเป็นที่ถูกใจสำหรับเด็ก ๆ แต่ข้อดีของมันคือ เป็นหนังที่เปิดโลกทัศน์ ให้คนดูได้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนอื่น ๆ บนโลกนี้ ในมุมมองและด้านต่าง ๆ เราจึงพยายามดึงแง่มุมนี้มาเป็นเครื่องมือที่ช่วยเติมเต็มข้อมูล

ด้วยกระแสความนิยมของภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ในปัจจุบัน ซึ่งทรงอิทธิพลต่อเด็กเป็นอย่างมาก แต่ภาพยนตร์ประเภทนี้ เนื้อหาภายในกลับแฝงไปด้วยประเด็นความรุนแรง เมื่อได้รับคำถามว่า พ่อแม่ควรรับมือกับภาพยนตร์ประเภทนี้อย่างไร เมริษา อธิบายว่า “ในเด็กวัยตั้งแต่ 6 ปี ขึ้นไป เขาน่าจะอยู่ในสังคมที่เพื่อน ๆ อาจจะดูแล้วมาแบ่งปัน บวกกับเป็นวัยที่เขาต้องการเป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อน บางครั้งถ้าเรานั่งดูเพื่อที่จะศึกษา หรือร่วมดูไปกับเขา

ถ้ามันมีฉากความรุนแรงหรือไม่เหมาะสม แล้วพ่อแม่ได้พูดคุยกับเขา มันก็จะทำให้เขามีความเข้าใจและนำไปสู่การเลือกที่เหมาะสม ว่าควรหรือไม่ควรใช้อย่างไร ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องเจอสถานการณ์จริง หรือลูกต้องเข้าไปอยู่ในปัญหานั้น ก่อนที่จะเรียนรู้การตัดสินใจที่เหมาะสม การ์ตูนที่มีความรุนแรงหรือภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวที่ขัดแย้ง อาจจะเป็นสถานการณ์จำลองที่พ่อแม่จะได้นำมาถกเถียงกับลูก และก็ได้พูดคุยเพื่อป้องกันก่อนที่จะเกิดด้วย

ซึ่งเด็กๆ ก็จะเข้าใจมากขึ้น เพราะถ้าเราเปิดด้วยกำแพง เช่น แม่ว่าไม่เหมาะสมหรอก เดี๋ยวโตก็จะรู้เอง สุดท้ายเขาก็ไปหาวิธีการรู้คำตอบนี้กับเพื่อน หรือกับใครคนอื่นที่ไม่ใช่เรา ส่วนตัวมองว่า พ่อแม่น่าจะเป็นคนให้คำตอบได้ดีที่สุด แม้บางเรื่องจะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าครั้งแรกเขากล้าที่จะคุยกับเราโดยที่ไม่มีกำแพง ครั้งต่อ ๆ ไป เขาก็จะกล้าที่จะคุยกับเราด้วย”

Family Enjoying a Movie at the Theater

ดูหนังออนไลน์ หนังใหม่ เว็บหนังออนไลน์ 2022 ต้อง moviec4

เด็กควรดูหนังนานเท่าไร และเกณฑ์การคัดเลือกที่เหมาะสมควรเป็นแบบไหน ดูหนังออนไลน์ เมื่อได้รับคำถามว่า เด็กควรดูหนังนานเท่าไร เมริษา ufa6565 ได้ให้คำแนะนำว่าว่า “เด็กที่มีอายุ 2-3 ปี ควรดูมากสุด 15 นาทีต่อวัน และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามวัยจนถึงอายุ 6 ปี จะอยู่ที่สูงสุดประมาณ 1 ชั่วโมงต่อวัน โดยอาจจะแบ่งเป็นช่วง ช่วงละ 15 นาที เพื่อหยุดให้ได้สนทนากับลูก ก่อนที่ลูกจะลืมเนื้อหาไป นอกจากเรื่องของระยะเวลาแล้ว

คุณหมอหรือจิตแพทย์หลายท่าน แนะนำให้สังเกตลูกของเราว่า เขามีปัญหาในเรื่องของสมาธิเป็นทุนเดิมหรือเปล่า เช่น เขาอาจจะอยู่ไม่สุข หรือมีปัญหาการฟัง การเข้าใจ เราก็จะไม่ได้แนะนำให้เด็กดูต่อเนื่อง หรืออาจจะให้ดูแค่คลิปสั้น ๆ แล้วก็เปลี่ยนไปทำอย่างอื่นต่อ”

นิศานาถ ได้เสริมต่อถึงหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกภาพยนตร์ในกิจกรรมโรงหนังโรงเรียนว่า  “ในการเลือกหนังของกิจกรรมโรงหนังโรงเรียน จะคล้าย ๆ กับเกณฑ์พัฒนาการที่ครูเมกล่าวมา เช่น ระดับปฐมวัย จะเป็นแอนิเมชันสั้น ๆ 2-3 นาที และจะมีการชวนคุยคั่นหลังจากหนังจบในแต่ละเรื่อง สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาอีกช่วงระดับหนึ่ง เราก็จะยึดหลักเกณฑ์ว่าเด็กในวัยนี้ควรจะเรียนรู้เรื่องอะไร

เราก็จะเลือกหนังที่มีประเด็นนั้นขึ้นมาเพื่อที่จะเสริมพัฒนาการของเด็ก หรือแม้กระทั่งกับครูที่พาเด็กมาเขาอาจจะต้องการใช้หนังให้เข้ากับรายวิชาที่เขากำลังจะสอนในชั้นเรียน หรือให้เข้ากับทักษะของเด็ก เพื่อให้เขาพัฒนาทักษะการดูหนัง ที่สำคัญต้องกระตุ้นให้คิดวิเคราะห์ ให้เหตุผล และเกิดการพูดคุยกันได้” 

เว็บดูหนังออนไลน์ i-MovieHD แหล่งรวมหนังใหม่ หนังชนโรง 2021

เด็กควรดูหนังในโรงหรือที่บ้าน ดูหนังออนไลน์ เมื่อครั้งที่เป็นคุณแม่ลูกอ่อน ธิดา เคยประสบปัญหาไม่สามารถพาลูกเข้าชมภาพยนตร์ในโรงได้ เธอจึงมีความคิดจัดรอบฉาย Parent and Baby Screening ที่ Doc Club Theatre เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็กสามารถเข้าชมหนังในโรงได้อย่างสบายใจเหมือนอยู่ที่บ้าน โดยอธิบายถึงโปรเจกต์ดังกล่าวว่า “จริง ๆ ตอนนั้น เราไม่ได้โฟกัสที่ตัวเด็ก เท่ากับโฟกัสที่พ่อแม่ เพราะจากประสบการณ์จริงเมื่อเรามีลูกเล็ก จึงทำให้เราต้องงดชีวิตในโรงหนังไปเลย

การที่ต้องอุ้มลูกเล็กไปดูหนัง มันทำให้เราต้องเผชิญกับคนรอบข้างที่ไม่เป็นมิตร นั่นคือเหตุผลที่เราคิดจะจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา เพราะเรารู้สึกแค่ว่าคนที่ชอบดูหนังแล้ว พอมีช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตที่เราจำเป็นต้องตัดการดูหนังออกไป มันเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ ซึ่งเราก็คิดว่ามันควรจะมีกิจกรรมแบบนี้ แม้กระทั่งดูไปคุยไปต่อยอดไปถึงการสร้างบทสนทนาร่วมกันได้ เราเชื่อว่าการดูหนังไม่ว่าจะวัยไหน มันมีประโยชน์มาก ถ้าดูจบแล้วมีบทสนทนาร่วมกัน และจริง ๆ ตอนที่จัดเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ จึงไม่ได้ค่อยติดตามผลมากนัก แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากจะจัดบ่อย ๆ”

สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่หลายบ้านประสบ คือการที่ลูก ๆ ฝังใจกับเนื้อหาหรือรายละเอียดด้านลบบางอย่างหลังจากชมภาพยนตร์ จนต่อมาพัฒนากลายเป็นพฤติกรรมส่วนตัวขึ้น เมริษา ให้คำแนะนำในเรื่องนี้ว่า “วิธีการรับมือก็คืออย่าพยายามยัดเยียดในสิ่งที่เขากลัว และบอกว่า มันไม่มีอะไร สำหรับเด็กบางคนก็จะมีความรู้สึกในใจที่ว่า เขากำลังกลัวอยู่ แต่ทำไมถึงไม่เข้าใจในสิ่งที่เขากลัว แนะนำว่าควรให้พ่อแม่ใจเย็น ๆ ก่อน

แล้วหันมานั่งคุยกับเขา ถามว่ารู้สึกยังไง กลัว โกรธ หรือเสียใจ แต่ถ้าเขาบอกว่าไม่รู้ว่าคืออะไร นั่นแหละคือความปั่นป่วน ความไม่สบายใจ ซึ่งเด็กก็อาจจะบอกเราไม่ได้ ให้เราค่อย ๆ ให้เขาอธิบายว่าไม่สบายใจตรงไหน เสียง ภาพ หรือฉากไหน ยกตัวอย่างเด็กบางคน เขาไม่ได้ไม่ชอบภาพ เนื้อหา หรือเสียงของหนัง แต่เขาแค่ไม่ชอบโทนสี เช่น หนังของทิม เบอร์ตัน เพราะมันทำให้เขารู้สึกหดหู่ เมื่อเรารู้สาเหตุแล้ว ให้ลองคุยกับลูกว่าสิ่งที่เขากลัว ถ้าเราไม่ดูมันอีก ลูกจะโอเคหรือเปล่า เรื่องบางเรื่องถ้ามันไม่ได้กระทบชีวิตประจำวัน เราควรที่จะเคารพตัวเขา และปล่อยผ่าน หากเขาต้องเจออีก เราควรที่จะเคียงข้างเขา” 


Notice: ob_end_flush(): failed to send buffer of zlib output compression (0) in /home/z8773cp127446/public_html/wp-includes/functions.php on line 5219